Sunny's profileสถานที่ ที่ถูกลืมPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 21

    this is space !

    msn space ที่นี่เป็นสถานที่ที่ฮิตมากสมัยก่อนเลยเนอะ
     
    แต่พอมี hi5 ปรากฎขึ้นมา คนก็หายกันหมดเลย แหะ ๆ ๆ
     
    มันก็เหมาะกับนิสัยของคนไทยแล้วหล่ะ
     
    เพราะคนไทยชอบอ่าน มากกว่าชอบเขียน
     
    และชอบอ่านเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเท่านั้นอีก
     
    แต่ทำไม ผม พอหันไปเล่น hi5 ก็ยังนั่งเขียนบทความทั้งๆที่แทบไม่มีใครมาอ่าน 555
     
    พูดไปก็ช้ำใจเปล่า ๆ ไปดีกว่า
     
     
     
    เอ้อออ ว่าแต่ วาทะซันนี่ เขียนนจบแล้วนะ (อยากให้มันจบๆไป)
     
    ที่จริงแล้วถ้าจะให้วาทะซันนี่ จบคริงๆ คือเมื่อ ผมไม่สามารถคิดอะไรได้อีกเลย หรือตายซะมากกว่า
     
    แต่ เหมือนกับว่า ใน hi5 เป็นวาทะซันนี่ ในรูปแบบบทความมากว่า
     
     
    October 16

    วาทะซันนี่ 14 - คำเตือน

     
    คนๆหนึ่ง มีความตั้งใจที่จะไปให้ถึง ที่ๆหนึ่ง อย่างแน่วแน่
    เขาออกเดินทางออกมาพร้อมกับความห่วงใยของคนที่รักเขา
     
    เขาจดคำเตือนมากมายของผู้ที่มีประสบการณ์ในเส้นทางที่เขาต้องไป
    เขาสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย เพียงเขาทำตามคำพูดของคนเหล่านั้น
     
    เขาเดินทางจนเห็นที่ๆเขาตั้งใจ ซึ่งเขาใช้เวลาในการเดินทางไป 20 ปี
    หากเขาเดินตรงไป เขาสามรถเดินไปถึงที่ๆนั้น ได้ในระยะเวลาเพียงชั่วโมง

    แต่ข้างหน้าของเขาเพียงไม่กี่ก้าว คือสิ่งที่ทุกๆคนที่รักเขา เตือนเขาย้ำนักย้ำหนา
     
    บ่อน้ำที่มีคันพวยพุ่ง ขวางทางเขาอยู่
    บ่อน้ำนี้ ลึกเพียงแค่ เอวของเขา
     
    บ่อน้ำนี้ กินระยะทางที่เหลือเกือบทั้งหมด
     
    ทุกๆคนเตือนเขาว่า น้ำในบ่อน้ำนี้เป็นน้ำร้อนที่สามารถต้มไข่สุกได้เพียงใช้เวลาไม่ถึงนาที
    ทุกๆคนบอกเขาว่า ควรเดินอ้อมเข้าไปในหุบเขาข้างๆเสียดีกว่า
     
    เขาตัดสินใจเดินอ้อม
     
    สองข้างทางของเส้นหุบเขา เป็นหน้าผาที่แสนชัน ไม่มีทางปีนข้ามไปได้เลย
    เส้นทางหุบเขาที่เขาเดินอ้อม เป็นเส้นทางที่ยาวไกลไม่น้อยไปกว่าเส้นทางที่เขาผ่านมา
     
    และแล้ว เขาก็มาถึงทางเข้าของ ที่ๆเขาต้องการมาถึง
    เขาใช้เวลาในการเดินทั้งหมด  40 ปี
     
    เขารู้สึกขอบคุณกับคำเตือนที่เขาได้รับจากคนที่รักเขา
     
    แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็น มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแช่น้ำในบ่อที่มีควันพวยพุ่ง อย่างมีความสุข
     
    ด้วยความสงใสเขาเดินไปถามคนหนึ่งที่แช่น้ำอยู่
    ทำไมคุณถึงสามารถแช่น้ำที่ร้อนขนาดต้มไข่สุกได้ อย่างมีความสุข
     
    คนที่แช่น้ำตอบกลับว่า คุณไม่รู้หรือว่า น้ำในบ่อน้ำนี้ เย็นลงจนอุณหภูมิกำลังเหมาะที่จะแช่ตัวในน้ำ ถึง 30 ปี มาแล้ว . . .
     
    เขาเสียเวลาในชีวิตไป 20 ปี . . .
     
    อาบน้ำร้อนมาก่อน คำที่เราได้ยินบ่อย ๆ จากปากของคนที่เป็นห่วงเรา
    เป็นคำที่ซึ่งอ้างความไม่รู้หรือความอ่อนประสบการณ์ของผู้ฟังให้เชื่อ
     
    เขาเตือนด้วยความห่วงใย จากสิ่งที่เขาเคยรู้ เคยสัมผัส
    แต่ทุกๆคน มักลืมนึกถึงความเปลี่ยนแปลง . . .
     
    คำเตื่อนเหล่านี้ ควรเป็นเพียงตัวช่วยในการตัดสินใจ  ไม่ใช่เป็นตัวตัดสิน
     
    หากชายคนนั้นใช้คำเตือนมาช่วยตัดสินใจ ลองทดสอบวัดอุนหภูมิของน้ำดูก่อน
    เขาคงไม่ต้องเดินอ้อม และเสียเวลาในชีวิตถึง 20 ปี
     
    ซึ่งในความเป็นจริง ทางอ้อม ไม่ได้มีอยู่เสมอไป
    มีหลายต่อหลายคนที่เสียโอกาศมากมาย จากการตัดสินในสิ่งที่ตนไม่รู้จริง
     
    ถึงแม้จะมีคนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน
    แต่น้ำร้อนมีมากมายหลายต่อหลายบ่อ และทุกบ่อต่างค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ตามการเวลา...
    September 20

    วาทะซันนี่ 13 - เปลี่ยนโลก


    หลายคนว่า ชีวิตของฉันช่างแสนเจ็บปวด
    หลายคนว่า ชะตากรรมที่ฉันต้องเผชิญนั้นแสนเศร้า
    หลายคนว่า โลกที่ฉันอยู่นั้นแสนเลวร้าย
    หลายคนว่า ฉันไม่สามารถทนทุกข์ทรมานอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
     
    หลายคนว่า  ฉันจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้
     
    การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุด คือเปลี่ยนแปลงจากอดีต
    แต่ไม่มีใครสามารถทำได้ อดีตเป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
     
    สองมือที่น่าอัศจรรย์ของมนุษย์ สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้มากมาย
    แต่ก็เป็นเพียงสองมือเล็กๆ ในโลกใบใหญ่
     
    สองมือนี้สามารถเปลี่ยนแปลงหลายๆสิ่งได้
    แต่ก็ไม่พอที่จะเปลี่ยน โลกใบใหญ่ใบนี้
     
    ถึงหากสองมือเล็กๆ ร่วมแรงร่วมใจกัน พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงก็จะมากขึ้น
    ถึงหากสองมือเล็กๆ ทั้งโลกร่วมแรงร่วมใจกัน จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบได้
     
    แต่ต่างคนคนต่างความคิด ต่างความฝัน 
    จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนต้องการจะเปลี่ยนโลกไปในทิศทางเดียวกัน
     
    โลกยังคงเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เพราะโลกไม่เคยถูกใจคนทุกคน
     
    คนมากมายที่ร่วมมือกันผลักดันให้โลกเปลี่ยนไปทางใดทางหนึ่ง
    ถึงพลังนั้นจะมากมายจนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่ก็เพียงชั่วครู
     
    หลายคนว่า ฉันพยายามจนสุดแรงแล้ว แต่โลกก็ยังเลวร้านเช่นเดิม
    หลายคนว่า ฉันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้
    หลายคนว่า ฉันคงทำได้ก้มหน้ายอมรับมัน
    หลายคนว่า มีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเล็กๆนะ
     
    น้อยคนว่า ฉันรู้ถึงวิธีที่จะเปลี่ยนโลกได้แล้ว
     
    คนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกด้วยสองมือของเราได้
    แต่คนเรานั้นสามารถที่จะเปลี่ยนโลกได้ง่ายกว่าใช้มือทั้งสอง
     
    เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโลกใบใหญ่ทั้งใบ
     
    แต่เราเพียงเปลี่ยนโลกใบเล็กของเราคนเดียว
    เราก็สามารถมีความสุขได้เหมือนกัน
     
    เพียงแค่เราหันหน้าเปลี่ยนมุมมอง จากโลกใบเดิมที่เราเห็น
    เพียงแค่เราคิดในสิ่งที่เปลี่ยนไป จากความคิดเดิมที่เราเคยคิด
     
    แล้วเราก็สามารถ อยู่ในโลกที่เราต้องการ
    โลกที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้ นอกจากตัวเราเอง
     
    September 16

    วาทะซันนี่ 12 - จุดสิ้นสุด

     
    จุดมุ่งหมายของการเดินทางนั้นอยู่ที่จุดหมาย
    เมื่อถึงจุดหมายแล้ว นั่นคือการสิ้นสุดการเดินทางหรือ ?
     
    นักวิทยาศาสตร์ ยังคงต้องก้าวเดินไปข้างหน้า
    ครูอาจารย์ ต้องเดินย้อนกลับไปในเส้นทางเก่า
     
    ถึงหลายๆคนจะหยุดอยู่กับที่ หลังจากถึงจุดหมาย
    แต่จินตนาการของคนเรา ยังก้าวไปข้างหน้า
     
    คนเรายังคงมีความต้องการในหลายๆสิ่งอยู่ต่อไป
    คนทุกคน ยังต้องการหาความสุขใส่ตัวเอง และคนที่รัก
     
    คนเรา ยังคงต้องเดินทางต่อไปจนลมหายใจสุดท้ายหมดไป
     
    หรือที่จริงแล้ว จุดหมายที่แท้จริงคือ ความสุข
    ความสุขนิรันด์ ที่ยังคงมีอยู่ ตลอดกาล
     
    หลายคนมีความทุกข์จากความเครียดในเรื่องต่างๆ
    หลายคนมีความทุกข์จากความเบื่อหน่าย
     
    เมื่อคุณไปเที่ยว คุณแสนมีความสุข
    แต่ผ่านไป 1 คืน ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
     
    ถึงคุณจะเต้นสนุกสนานมีความสุขมากเพียงไร
    ผ่านไปไม่นาน ทุกสิ่ง ก็จะกลับมาเหมือนเดิม
     
    แล้วความสุขที่แท้จริงคืออะไร ?
     
    คุณค่าของทุกสิ่ง ควรจะมีค่าอยู่ในตัวของตัวเอง
    แต่มันไม่เป็นอย่างที่ควร เพราะคนเราจุดศูนกลาง
     
    ในความสุขของบางคน แต่อาจกลับเป็นความทุกข์ของอีกคน
    ความสุขความทุกข์ ทุกอย่างอยู่ที่เราเป็นผู้กำหนด
     
    ความสุขที่แท้จริง ต่างคนก็ต่างต้องการ แตกต่างกันไป
    จึงทำให้มีเส้นทางที่มีมากมายให้เลือกเดิน ที่เป็นฝีมือของคนยุคก่อน
     
    การเดินทางจากจุดเริ่มต้น จุดถึงจุดหมาย ช่างแสนยาวไกล
    แต่ชีวิตคนเรานั้นกลับสั้น จนเหมือนเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งของดวงดาว
     
    จุดหมาย ที่หลายๆคนเคยมุ่งหน้าเดินด้วยสองขา ไปหานั้น
    ที่จริง เรานั้นสามารถไปถึงจุดหมายนั้นได้เพียงเดินด้วยหัวใจ
     
    แล้วความสุขที่คุณต้องการ คืออะไร ?
     
    August 16

    วาทะซันนี่ 11 - ทางเดินของชีวิต

     
    บนเส้นทางแห่งชีวิตที่มีเส้นทางมากมายให้เลือกเดิน
    เส้นทางมากมายนับไม้ถ่วนเหล่านี้ เริ่มต้นมาจากเส้นทางเดียวกัน
     
    เหล่านักเดินทางเริ่มต้น ณ จุดเดียวกัน
     
    เส้นทางเดียวที่แตกออกเป็นเส้นทางมากมาย และแต่ละเส้นทางก็มีทางแยกแตกออกไปเรื่อยๆ
    และตามทางเดิน ก็มีป้ายบอกทางจากคนยุคก่อน ในเส้นทางที่แลดูคล้ายกับต้นไม้ใหญ่
     
    เส้นทางเหล่านี้ แต่ละสายแทบจะไม่มีทางเชื่อมถึงกันระหว่างทางเลย
    เมื่อนักเดินทางตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางใดแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนเส้นทาง
     
    วิธีเดียวที่จะเปลี่ยนเส้นทาง ก็คือการฝ่าป่าข้างทางไปเส้นทางใหม่
    แต่เส้นทางที่เขาเลือกได้ มีเพียงเส้นทางสองสายที่ตีคู่ไปกับเส้นทางของเขา
     
    การเปลี่ยนเส้นทางเป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่กลับมีคนมากมายที่ต้องการจะทำ
     
    นักเดินทางหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการเดินไปในเส้นทางใด จึงได้แต่เดินตามเพื่อนร่วมเดินทาง
     
    หากโชคดี เขาก็จะได้ไปในเส้นทางที่เขาถูกใจ
    แต่หากไม่ นอกจากเขาจะเดินไปในทางที่ไม่ถูกใจแล้ว ก็อาจหลงเดินไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร
     
    อาจทำให้เขาเหลือเส้นทางเพียงน้อยนิด
     
    การเปลี่ยนเส้นทางต้องผ่านการคิดตริตรองอย่างรอบคอบ
    เพราะเราต้องเสียเวลาไม่ใช่น้อยในชีวิต กับการฝ่าป่าไปเส้นทางใหม่ 
     
    ถึงปม้บางคนโชคดีพบทางเชื่อมระหว่างกันของเส้นทาง เขาจึงสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว
    แต่เส้นทางที่เขาได้ไป ก็มักจะไม่ใช่เส้นทางที่ถูกใจที่สุดของเขา
     
    ถึงแม้บางคนจะมีวิธีเพิ่มเส้นทางในการเปลี่ยนเส้นทางได้ โดยแลกด้วยเงิน
    แต่ก็ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่เขาจะสามารถไปได้
     
    อย่างไรก็ตามนักเดินทางส่วนใหญ่ที่จะเปลี่ยนเส้นทางคงต้องฝ่าป่าข้างทาง
     
    นักเดินทางจึงควรเลือกเส้นทางของตนเอง
     
    โดยการดูจากป้ายข้างทาง หรือปรึกษาเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจ ก่อนออกเดิน
    รวมไปถึงกลุ่มนักเดินทางจากเส้นทางหนึ่งที่เดินย้อนกลับมาเพื่อแนะนำนักเดินทางหน้าใหม่ตามทาง
     
    ซึ่งก็พวกเขาก็คือ นักเดินทางจากเส้นทางแห่ง "ครู"
     
     
    August 05

    วาทะซันนี่10 - เจตนารม

     
     
    ชายหนุ่มคนหนึ่ง เดินทางป่ารก เพื่อความฝัน
    แต่หนทางนั้นแสนไกล ไม่มีทางที่จะมีใครสามารถไปถึงได้
     
    เขารู้ดี  แต่เขาก็ยังคงเดินตรงเข้าไป
     
    รอยเท้าของเขา สิ้นสุดลง ก่อนถึงจุดหมาย
    เขาไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ที่เขาต้องการ
     
    ร่างชายหนุ่มกลายเป็นชายชราที่ไร้เรี่ยวแรง
    เขานอนราบอย่างสงบ และทำได้เพียงลำพึงในใจว่า ความฝันของเขาไม่มีทางเป็นจริง
     
    แต่ก่อนที่หนังตาอันแห้งกร้าน จะหลับลงตลอดกาล เขาเห็นบางสิ่ง
     
    ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่เขา
     
    เขาสงใสเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดขายหนุ่มคนนี้ถึงมาถึงจุดที่เขาหมดแรงได้โดยยังมีกำลังเหลือและยังหนุ่มแน่น
    เพราะเส้นทางที่สามารถมาที่นี่นั้นมีเพียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางที่เขามา และยังเป็นเป็นป่ารก
     
    ชายที่ไม่มีแรงแม้แต่จะเอ่ยปากถาม ได้แต่เพียงมองด้วยความสงใส
    ชายหนุ่มเดินมาถึงชายชรา และกล่าวขอบคุณ

    เขาขอบคุณฉันเรื่องอะไรกัน คำขอบคุณยิ่งทำให้ชายชราสงใส
    ชายหนุ่มเล่าถึงความฝันของเขาให้ชายชราที่กำลังจะหลับ ซึ่งเป็นความฝันเดียวกันกับชายชรา
     
    ชายหนุ่มบอกถึงเหตุที่ขอบคุณชายชรา
    หากชายชราไม่ฝ่าป่ารกเข้ามาก่อน ชายหนุ่มคงไม่สามารถเดินมาตามเส้นทางแห่งความฝันของเขาได้ง่ายและเร็วเช่นนี้
     
    ชายหนุ่มคนนี้คือผู้ที่จะสานฝันของชายชรา
     
    ชายชรายิ้มและหลับใหลอย่างมีความสุข
    และชายหนุ่มก็ออกเดินทางฝ่าป่ารก เพื่อความฝันของเขาต่อ
     
    โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะสามารถไปไกลได้อีกสักเท่าไร แต่เขาก็จะแหวกทางไปให้ไกลที่สุด . . .
     
     
    ความฝันบางอย่างของคนเราก็ยากที่จะสำเร็จได้ในหนึ่งช่วงอายุคน
    อาจต้องใช้คนหลายรุ่น กว่าที่จะสำเร็จ
     
    หากท้อใจ ไม่คิดอยากเป็นคนเริ่มเดิน โอกาสที่ความฝันจะสำเร็จก็จะน้อยลง
    หากเราไม่เริ่มเดิน คนที่จะสานต่ออาจไม่เห็นทางที่เราเดิน และอาจมองไม่เห็นความฝันของเรา
     
    หากรอให้คนอื่น หรือคนรุ่นหลังเริ่ม ความฝัน กว่าจะเป็นจริง อาจต้องรอนานขึ้นอีกหลายรุ่น
    หากไม่กล้าที่จะเริ่มเดิน มันก็อาจเป็นแค่ความฝัน ตลอดไป . . .
     

    เราควรมุ่งหน้าไปหาสิ่งที่เราฝัน แต่อย่าหวังว่าจะถึง . . .
      
    June 17

    วาทะซันนี่9 คุณค่า

     
    ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีคุณค่าในตัว
    แต่ในบางที ไม่มีใครเห็นคุณค่าของมัน
     
    อะไร คือการวัดคุณค่าของสิ่งๆหนึ่ง ?
     
    หากมันคือความจำเป็นที่เราต้องมี ต้องใช้ หรือมีประโยชน์ต่อเรา สิ่งนั้นถึงมีคุณค่า
    แล้ว ญาติผู้ใหญ่ แมว สุนัข เสียงดนตรี เครื่องดนตรี มันจะมีค่าอะไร ?
     
    หรือหากมันคือการที่เรามีความรัก ความชอบ กับสิ่งนั้นถึงมีคุณค่า
    แล้ว สิ่งที่เราไม่เคยเห็น และคนที่เราไม่รู้จัก จะมีคุณค่าอะไร ?
     
    แต่กับบางสิ่ง ที่ดูด้อยคุณค่า แต่กลับมีคุณค่าสำหรับบางคน
    อะไร เป็นสิ่งที่เป็นแรงผลักดัน ให้สิ่งๆหนึ่ง มีคุณค่าขึ้นมา
     
    มีน้ำอยู่ 2 แก้ว วางอยู่ด้วยกัน
    คุณค่าของพวกมันมีเพียงแค่ เป็นน้ำ เท่านั้น
     
    แต่หาก หนึ่งในสอง เป็นน้ำที่สกปรก
    คุณค่าของน้ำอีกแก้วหนึ่งจะเด่นชัดขึ้น
     
    เพราะมันได้ชื่อว่า  "น้ำสะอาด"
     
    โทรทัศน์ จะมีค่าได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร หากไม่มี วิทยุ
    สิ่งมีชีวิต จะมีค่าได้อย่างไร หากโลกนี้ไม่มี สิ่งไม่มีชีวิต
    คนปรกติ จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนวิกลจริต
    คนเข้มแข็ง จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนอ่อนแอ
     
    คนดี จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนเลว . . .
     
    หากโลกนี้มีแต่สิ่งที่ดี ทุกสิ่งก็ดูไม่แตกต่างกันหมด
    แต่เมื่อมีสิ่งที่ด้อยเข้ามา สิ่งที่ดี จะมีคุณค่าที่เด่นชัด
     
    สิ่งที่ด้อย จะเป็นแรงผลักดัน ให้สิ่งที่เด่น มีคุณค่ายิ่งขึ้น
     
    คนที่ไร้ซึ่งความสามารถ มีคุณค่าในการยกระดับคนอื่นที่มีความสามารถ
    แม้แต่สิ่งที่ด้อย หรือสิ่งที่ต่ำที่สุด ยังมีคุณค่าในตัวของมันเอง
     

    ดังนั้น คุณ ก็เป็นผู้ที่มีคุณค่า ไม่น้อยไปกว่าใครๆ
     
    May 24

    วาทะซันนี่8 ตัวแปร


    จงหาค่า x  ซึ่งเป็นโจทย์ที่เด็กมัธยม แสนจะเอือม
    ไม่ว่าจะเป็น ค่า a b c หรือ x y z ก็เป็นตัวแปรๆหนึ่งเท่านั้น
     
    ในทางคณิตศาสตร์ ตัวมีแปรมากมาย
    แต่ในชีวิตประจำวันหล่ะ มีตัวแปรหรือไม่
     
    ลองยกโจทย์คณิตศาสตร์ง่ายๆมาดูสักข้อ
     
    2x+1 มีค่าเท่ากับเท่าไร
     
    ค่า x ซึ่งถือเป็นตัวแปรที่ติดอยู่ หากค่า x เปลี่ยนไป ผลลัพธ์ ก็จะเปลี่ยนไป
    หากเราต้องการหาค่าตัวแปร โดยรู้ผลลัพธ์
     
    เช่น  2x + 1 =  5  แล้วจงหาค่า x
     
    ความเป็นไปได้เดียวของค่า x ก็คือ 2
    หากค่าเอ็กผิดแปลกไปจากนี้ ก็ถือว่าตัวแปรผิด
     
    แต่หากโจทย์   |2x| + 1 = 5 แล้วจงหาค่า x
     
    ตัวแปร x ก็จะมีค่าได้ 2 ค่า คือ 2 และ -2
     
    ตัวแปรจำเป็นต้องมีผลกระทบกับสิ่งอื่นเสมอไปหรือ ?
    หากมีโจทย์ว่า  2x + 1 = 3  หรือ  2 + x = 2

    ตัวแปรนั้นก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย
    ตัวแปรคือสิ่งหนึ่งๆ ที่ทำให้มีผลกระทบ หรือไม่มีผลกระทบต่อสิ่งอื่น
     
    ซึ่งหมายถึงทุกสิ่ง ล้วนเป็นตัวแปร
    ไม่ว่าจะตัวเราเอง ก็คือตัวแปรของคนอื่น
     
    หากคุณเดินไปตามถนน แล้วเห็นขอทานคนหนึ่ง
     
    หากคุณรู้สึกสงสารเขา เขาก็คือตัวแปรที่มีผลกระทบต่อคุณ
    หากคุณมองไม่เห็น เขาก็เป็นตัวแปรที่ไม่มีผลกระทบต่อคุณ
     
    แต่หากคุณมองเห็นเขา แต่เขาไม่อยู่ในสายตาของคุณ
    ไม่ว่าคุณจะเป็น หรือไม่เห็น เขาก็เป็นตัวแปรไม่มีผลกระทบต่อคุณ
     
    แต่หากมีตัวแปรที่คุณต้องการ แต่คุณกลับไม่ได้มันมา
    ก็เหมือนกับโจทย์ที่คุณแก้สมการเพื่อหาตัวแปรไม่ได้
     
    หากเป็นการทำข้อสอบ คุณจะใช้เวลาอันแสนมีค่า วุ่นวายอยู่กับข้อเดียวหรือ
    คนเราต้องเดินหน้า ทิ้งความผิดพลาดเอาไว้ข้างหลัง
     
    อย่าไปมองมัน แต่เก็บเอาไว้ เพื่อเป็นบทเรียน ให้ตัวเราพัฒนายิ่งขึ้น
     

    อย่าไปไขว่คว้า ไล่ตาม สิ่งๆเดียว ไปทั้งชีวิต . . .
    May 07

    วาทะซันนี่7 คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


    ในสังคมไทย หรือสังคมอื่นๆทั่วโลก ต่างมีปัญหาและความขัดแย้ง
    ทุกชีวิตที่เกิดมา ก็ต้องเจอปัญหา หรือความทุกข์ อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต
     
    ไม่ว่าจะอกหัก สูญเสียสิ่งที่รัก ถูกทำร้ายร่างกาย หรือ จิตใจอย่างแสนสาหัส
    มันเกิดขึ้นทุกหนแห่งในโลก
     
    และไม่มีอะไรที่สามารถบังคับไม่ให้มันเกิดขึ้นในโลกได้
    เพราะความแตกต่างของบุคคล และมุมมองที่ถูกต้อง ด้วยเหตุผลของตัวเค้าเอง
     
    แต่สิ่งที่สำคัญกว่าปัญหาเหล่านี้ หรือผู้ที่สร้างปัญหา คือ "ผู้ที่ถูกกระทำ"
     
    ข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวที่ออกโทรทัศน์
    ที่มีสาระมากกว่า ดาราแต่งงาน และข่าวซุบซิบในวงการบันเทิง กลับไม่มีใครสนใจมากนัก
     
    คือข่าว "การฆ่าตัวตาย"
     
    เมื่อใครๆเห็นข่าวนี้ คำพูดต่อมาที่พูดกัน ก็มักจะเป็น
    คิดได้แค่นี้หรือ  สมควรตายแล้วหล่ะ อยากตายนักก็ปล่อยให้มันตายไป ขี้แพ้ ขี้ขลาด มันบ้า ๆลๆ
     
    ซึ่งผู้ที่จะฆ่าตัวตาย นั้นมักเจอปัญหาที่ ไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองเพียงลำพังได้
    ผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย คือผู้ป่วยที่ต้องการรักษาและเยียวยาหัวใจอย่างเร่งด่วน
     
    เค้าคือผู้ที่หนีไปจากโลกที่โหดร้าย ที่หลายๆคนไม่เคยได้สัมผัส หรือแม้จะเห็น
     
    แต่สังคม และคนส่วนใหญ่กับตอกย้ำ และซ้ำเติมด้วย ถ้อยคำที่บาดใจ
    คนที่ฆ่าตัวตายแล้วไม่สำเร็จ เจอแบบนี้เข้าไป ก็คงต้องฆ่าตัวตายอีกรอบ
     
    คนที่ถอยหนีจนถึงที่สุดแล้ว จนจนมุมแล้ว หากไม่ฆ่าตัวตาย ก็บ้าไป
     
    เราต่างเคยเห็นข่าว กรณีที่มีคนไล่ฆ่าคนอื่นแล้วฆ่าตัวตายตาม
    หากคุณว่าคนที่ฆ่าตัวตาย เป็นคนขี้ขลาด แล้ว นี่หรือคือคนกล้าที่คุณต้องการ
     
    คุณลองนึกสภาพคนที่ถูกกดดันในชีวิตจนถึงขีดสุด หรือเสียใจจนถึงขีดสุด แล้วไม่ฆ่าตัวตาย เค้าจะทำอะไร ?
    ก็คงหนีไม่พ้นกับการกลายเป็น คนโรคจิต วิกลจริต หรือที่สังคมไทยเรียกกันว่า คนบ้า
     
    หากไม่ไล่ฆ่าคนอื่น ก็ถือว่าดีไป
    แต่สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นที่จะเข้าไปรักษาตามโรงพยาบาลจิตเวช
     
    พอรักษาเสร็จ สังคม และคนในสังคม ก็กลับยังไม่ให้การยอมรับคนเหล่านี้
    ทั้งคนบ้า และคนที่ฆ่าตัวตาย กลับถูกตราหน้าว่า เป็นคนโหลยโทย คนบ้า คนบอ คนขี้ขลาด
     
    สำหรับคนที่เคยหนีจากความจริงที่โหดร้าย แล้วกลับมายืนหยีด เพื่อที่จะสู้อีกครั้ง แล้ว
    แต่กลับพบว่าความจริงนั้น มันโหดร้ายยิ่งกว่าเดิม...
     
    มันจะแปลกหรือ ที่เค้าจะฆ่าตัวตาย หรือจะบ้า ไปอีกรอบ
     

    เมื่อไหร่หนอ ที่คนเรา จะยอมรับว่า ผู้คนกลุ่มนี้ คือผู้ป่วย ที่ต้องการการรักษาและเยียวยา หัวใจที่บอบช้ำ ...
    May 04

    วาทะซันนี่6 ตัดสิน


    มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนหนึ่งคนจะตัดสิน  คนอื่น ว่า ดี หรือ ชั่ว ในมุมมองของตัวเอง
    แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะมีคนที่ไม่เห็นด้วย กับการตัดสิน ของคนๆหนึ่ง
     
    เพราะมุมมองที่แตกต่าง ประสบการที่แตกต่าง สถานะการที่แตกต่าง ทำให้เกิดความคิดที่แตกต่าง
     
    ปัญหาจึงมีเสมอในโลกนี้ เพราะการขัดแย้งในด้านความคิด
    สงคราม ก็เกิดจาก ความขัดแย้งในด้านของอุดมการ ซึ่งก็คือความคิดที่แตกต่าง
     
    โลกที่ทุกชีวิต อยู่อย่างเป็นสุข ไร้ซึ่งการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ไม่มีทางเกิดขึ้นได้
    ยูโทเปีย เป็นเพียงแค่จินตนาการ ของมนุษย์
     
    ผู้ที่ตัดสินคนอื่นเร็วเกินไป มักถูกผู้ที่ไม่เห็นด้วยคัดค้าอย่างรุนแรง และกลายเป็นผู้ที่ผิด
    แล้วตัดสิน เวลาใด ถึงไม่เร็วเกินไป
     
    การที่คุณเดินบนถนนที่มีผู้คนแออัด แล้วคุณเห็นชายคนหนึ่งผิวดำ คุณคิดว่าเค้าผิวดำ เพราะน่าจะมีพ่อหรือแม่ผิวดำซักคนหนึ่ง
    มันก็เป็นการตัดสินคนอื่นไปแล้ว
     
    ถึงแม้คุณจะคิดว่าถูกต้องแน่นอน แต่ก็ยังมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
    อาจมีบางคนคิดว่า ผู้ชายคนนั้นทำงานกลางแจ้ง หรือเป็นผู้ใช้แรงงาน
     
    ความคิดของคุณ มักจะมีคนที่ไม่เห็นด้วยซักคน ไม่ใช่เรื่องแปลก
    เพราะประสบการที่แตกต่าง ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างบุคคลมากมายหลากหลายด้าน ที่คุณต้องยอมรับ
     
    แม้บางคนที่ร้องไห้ แล้วบอกคนอื่นว่าตนเองนั้นร้องไห้ ก็ดูเหมือนเค้านั้นเรียกร้องความสนใจ ต้องการให้คนอื่นเข้าใจ เห็นใจ
    แต่กลับไม่พอใจ เมื่อคนอื่นเห็นใจ สนใจ หรือพยายามเข้าใจ
     
    ถึงแม้จะมองเห็น แต่ก็ไม่สามารถจับต้องได้
    ไม่มีอะไรที่สามารถผ่านเส้นบางๆที่ขั้นระหว่างบุคคลได้
     
    ในเมื่อ ไม่ว่าคุณจะตัดสินอะไร มักมีคนอื่นไม่พอใจและไม่เห็นด้วย
    คุณก็เก็บคำตัดสินนั้นไว้ในใจ อย่าให้ใครคนอื่นรับรู้
     

    มันไม่ได้เป็นการหนีปัญหา แต่เป็นการตัดปัญหา ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น
     
     
    แต่ จะมีใครที่ทำได้ ?
    April 28

    วาทะซันนี่5 เปลี่ยนแปลง


    เวลา ทำให้ ทุกสิ่ง เปลี่ยนไป
     
    ทุกคนคงเคยได้ยินคำๆนี้
    แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจริงๆหรือ
     
    ถ้าคุณลองคิดดู ดีๆ แล้ว เวลา ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย
    เวลาเป็นเพียง ตัวแปรหนึ่ง ที่มนุษย์ กำหนดขึ้นมา
     
    เวลานั้นไม่มีความสามารถใด ๆ
     
    อย่าโทษ เวลา
     
    แต่การเปลี่ยนแปลงก็ยังเกิดขึ้น เสมอ
    ทำไมมันจึงเกิดขึ้น
     
    คุณลองคิดถึง ทฤษฎีโลกคู่ขนาน
     
    คือเมื่อคุณเจอสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจ แค่ yes และ no
    พอคุณตัดสินใจไปแล้ว yes หรือ no ก็ได้ผลลัพออกมาที่แตกต่างกัน
     
    ไม่ว่าจะเล็กน้อย เช่น ได้แผลถลอก หรือ มากมาย เช่นเข้า รพ. หรือเสียชีวิต
     
    แต่คุณได้รับการตัดสินใจแค่ครั้งเดียวในชีวิตหรือ ?
     
    เมื่อตัดสินใจครั้งแรก คุณก็จะสามารถเลือกได้ 2 ผลลัพ
    ครั้งต่อๆไป ผลลัพจะเพิ่มขึ้นเป็น ทวีคุณ เป็น 4 8 16 32 . . . . ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด
     
    จึงสอดคล้องกับ ทฤษฏี  butterfly effect
    หากการตัดสินใจครั้งแรก เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงน้อยนิด แต่หากนานไป อาจเกิดผลกระทบมากมายได้
     
    และคุณ ก็ไม่ใช่คนๆเดียว ที่คอยตัดสินใจ yes และ no
    คนอื่นๆ ก็ทำให้เกิดสิ่งอื่น ที่แตกต่าง ไปเรื่อยๆ เช่นกัน
     
    นี่ตางหาก ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง
     
    เพราะคนเรา ตางหากที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
    ไม่ใช่แค่คุณ แต่รวมถึงคนอื่นๆ
     
    ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจได้ดี และรอบคอบแค่ไหน สักวัน คุณก็ต้องเจอในสิ่งที่ไม่คาดคิด
     
    และคนเราสามารถทำให้เปลี่ยนแปลงไปได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
    จนทำให้ทุกคน ล้วนเคยได้ยินคำว่า
     
    ทุกสิ่ง ย่อมเปลี่ยนแปลง ไปตาม เวลา
     

    แต่คุณลืมไปหรือยังว่า มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
     
    นั่นก็คือ "การเปลี่ยนแปลง"
    April 16

    วาทะซันนี่4 คนดี คนเลว ?

     
    คนดี คืออะไร  คนเลว คืออะไร
    อะไรคือคำจำกัดความของ คนดี และ คนเลว
     
    โดยทั่วไปแล้ว คนเลว คือคนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
    และคนดี คือคนที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และคอยเป็นห่วงคนอื่น
     
    แต่คนดีในสายตาของเรา ในบางคน กลับเป็นคนเลวในสายตาอีกคน
     
    หากมีคนที่เป็นห่วงเป็นใยคุณ แต่คุณรู้สึกรำคาญ เค้าก็คือคนเลว ในสายตาคุณ
    หากมีคนที่ทำให้คุญมีความสุข แต่คนอื่นมากมายต้องเดือดร้อน เค้าก็คือคนดี ในสายตาคุณ
     
    เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้ ?
     
    เพราะคนแต่ละคน ยืนในที่ ที่แตกต่างกัน
    เพราะยืนต่างที่ จึงมองเห็นไม่เหมือนกัน
     
    แม้มองไปทางเดียวกันก็ตาม
     
    หากคุณยืนอยู่หน้าต้นไทร แล้วมองไปที่ตึก ตึกหนึ่ง
    ส่วนผม ที่อยู่หลังต้นไทร และมองไปยังตึกนั้น แต่ไกลกว่าคุณมาก
     
    คุณจะได้เห็นตึกอย่างชัดเจน

    แต่ผม กลับมีต้นไทร มาบดบังสายตา แต่ผมก็สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้มากกว่า
    แต่กลับมองไม่เห็นในสิ่งที่คุณเห็น เพราะต้นไทรที่ตั้งอยู่
     
    คนที่คุณมองเป็นคนเลว หากคุณขยับซักก้าว เค้าก็อาจกลายเป็นคนดี ที่น่าคบยิ่ง
    และก็ในทำนองเดียวกับคนดี ที่คุณมองเห็น
     
     
    ไม่มีใคร ที่จะเป็นคนดี ในสายตาของทุกคนได้
     
     
    April 13

    วาทะซันนี่3 เงา

     
    ทุกคน ต่างมีนิสัยที่เสียๆเป็นเงาติดตามตัว
    เสมือนคำที่ว่า ไม่มีใครที่เพอร์เฟก
     
    แต่นิสัยเสียแต่ละอย่าง ย่อมมีที่มาเสมอ
    ตามหลักพุทธศาสนา คือ ทุกอย่างย่อมมีเหตุ และปัจจัย
     
    ไม่ใช่ว่าฟ้ากำหนด
     
    เงาของเรานั้น เกิดจาก แสง ที่ส่องผ่านตัวเรา
    เสมือนกับ ความต้องการ ที่ทำให้เกิด นิสัย
     
    เด็กที่ร้องไห้ เพราะต้องการความอบอุ่นจากแม่ หรือ อาหาร
    ลูกหมาลูกแมว วิ่งมากัดหูกัดหน้าเราตอนหลับ เพราะมันเหงา
    คนที่กินจุจนอ้วนฉุ เพราะไม่ได้รับความสุขจากสิ่งอื่น นอกจากการกิน
    คนที่ขี้บ่น เพราะอยากระบาย
    คนที่หงอยเหงา เพราะต้องการเพื่อน
    คนที่เครียดกับชีวิต เพราะเค้าจริงจังกับจุดมุ่งหมายของชีวิต
     
    ทุกคนย่อมมีเงาติดตามตัวเอง
    เพราะทุกคนต่างก็ต้องมีความต้องการ
     
    ถ้าคุณต้องการจะสละนิสัยแย่ๆ ทั้งหมด
    คุณก็จะต้องไม่ต้องการอะไรเลย
     
    คุณจะไม่มีนิสัยแย่ๆ
    หากคุณไม่ต้องการความสุขใดๆ
     
    แล้วจะมีใครกัน ที่ไม่ต้องการแสงสว่าง . . .
     

     
    April 09

    วาทะซันนี่2 เส้นขนาน

     
    หลายคนพูดว่า คนเรา ถ้าจะไปด้วยกันได้ ก็ต้องเป็นดั่งเส้ขนานที่เคียงคู่ไปด้วยกันเสมอ
    ไม่ว่าเส้นทางจะยาวไกลสักเท่าไร เส้นขนาน ก็จะไม่มีวันหนีห่างไปจากกัน
     
    แต่เคยคิดหรือไม่...ว่ามันไม่มีทางบรรจบกัน
     
    หากคนสองคนที่ไม่ใช่เส้นขนาน แล้วเดินไปด้วยกัน จนถึงวันหนึ่ง ที่บรรจบกัน
    แต่หลังจากนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ?
     
    เส้นทั้งสอง ก็จะหนีห่างจากกันไป
     
    ชีวิตคน หากยังพยายามที่จะรุดหน้าไปเรื่อย ๆ ก็จะไม่มีทางที่จะได้บรรจบกัน กับอีกชีวิตหนึ่ง
    ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ คนรัก ลูก ของตน
     
    เราจึงควรรู้จักอิ่มตัว  รู้จักพอ  ไม่ใช่ แสวงหาสิ่งใหม่ๆไปตลอด
     
    แต่ใช่ว่าคุณจะต้องหยุดอยู่กับที่ ณ ตรงนี้
    หรือหยุดอยู่กับที่ ณ ที่เมื่อคุณพึงพอใจ

    แต่คุณควรขยับบ้าง
     
    คือเมื่อคุณหยุดกับสิ่งที่คุณต้องการแล้ว
    หากสิ่งที่คุณต้องการเดินต่อไปอีกก้าว คุณก็เดินตามไปหนึ่งก้าว
     
    อย่าให้คนอื่นคอยเป็นฝ่ายตามคุณ
    อย่าคิดเอาแต่ว่าตัวเองจะมีสุข
     
    คนที่ไม่เคยพอ กับคนที่พอใจในตัวเองมากเกินไป
    ต่างก็ไม่ดีทั้งนั้น
     
    อย่าใช้ชีวิตเป็นเส้นตรง คุณต้องคล้อยตามคนอื่นบ้าง
     
    เท่านี้ ทั้งคุณ และคนรอบข้าง ก็จะมีความสุข
     
     
     
    March 27

    วาทะซันนี่1 ที่สุด ...?

    คนที่สวย ที่สุด ยังไม่เกิด
    ตึกที่สูง ที่สุด ยังไม่ถูกสร้าง
    ภาพที่งดงาม ที่สุด ยังไม่ถูกวาด
    เครื่องมือที่ไฮเทค ที่สุด ยังไม่ถูกประดิษ
    ทฤษฎีบทที่น่าทึ่ง ที่สุด ยังไม่ถูกคิด
    คนที่ฉลาด ที่สุด ยังไม่ถือกำเนิด
    คนที่ดี ที่สุด ยังไม่ปรากฎ
    เพื่อนที่ดี ที่สุด ยังไม่เคยมีใครรู้จีก
     
    คำว่าที่สุด ของคุณ อยู่ที่ใด?
    ที่สุดของคุณคืออะไร ?
     
    ความสุข ที่สุด มีคนเคยได้รับ
    แต่ความทุกข์ ที่สุด มันสุดที่จะจินตนาการ
     
    เพราะคนเรามักไม่อยากจินตนาการถึงความทุกข์
    มันคือกลไกการป้องกันตัว ที่ดี
     
    แต่หากคุณพบมันแล้ว คุณจะทำเช่นไร
    คุณทำอะไรไม่ได้เลย

    แต่หากมีคน คอยปลอบโยนคุณ
     
    ความทุกข์ จะกลายเป็น ความสุข