Sunny's profileสถานที่ ที่ถูกลืมPhotosBlogListsMore Tools Help

Sunny SunRise

Location
bu bu bu ~
Lists

สถานที่ ที่ถูกลืม

March 21

this is space !

msn space ที่นี่เป็นสถานที่ที่ฮิตมากสมัยก่อนเลยเนอะ
 
แต่พอมี hi5 ปรากฎขึ้นมา คนก็หายกันหมดเลย แหะ ๆ ๆ
 
มันก็เหมาะกับนิสัยของคนไทยแล้วหล่ะ
 
เพราะคนไทยชอบอ่าน มากกว่าชอบเขียน
 
และชอบอ่านเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเท่านั้นอีก
 
แต่ทำไม ผม พอหันไปเล่น hi5 ก็ยังนั่งเขียนบทความทั้งๆที่แทบไม่มีใครมาอ่าน 555
 
พูดไปก็ช้ำใจเปล่า ๆ ไปดีกว่า
 
 
 
เอ้อออ ว่าแต่ วาทะซันนี่ เขียนนจบแล้วนะ (อยากให้มันจบๆไป)
 
ที่จริงแล้วถ้าจะให้วาทะซันนี่ จบคริงๆ คือเมื่อ ผมไม่สามารถคิดอะไรได้อีกเลย หรือตายซะมากกว่า
 
แต่ เหมือนกับว่า ใน hi5 เป็นวาทะซันนี่ ในรูปแบบบทความมากว่า
 
 
October 16

วาทะซันนี่ 14 - คำเตือน

 
คนๆหนึ่ง มีความตั้งใจที่จะไปให้ถึง ที่ๆหนึ่ง อย่างแน่วแน่
เขาออกเดินทางออกมาพร้อมกับความห่วงใยของคนที่รักเขา
 
เขาจดคำเตือนมากมายของผู้ที่มีประสบการณ์ในเส้นทางที่เขาต้องไป
เขาสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย เพียงเขาทำตามคำพูดของคนเหล่านั้น
 
เขาเดินทางจนเห็นที่ๆเขาตั้งใจ ซึ่งเขาใช้เวลาในการเดินทางไป 20 ปี
หากเขาเดินตรงไป เขาสามรถเดินไปถึงที่ๆนั้น ได้ในระยะเวลาเพียงชั่วโมง

แต่ข้างหน้าของเขาเพียงไม่กี่ก้าว คือสิ่งที่ทุกๆคนที่รักเขา เตือนเขาย้ำนักย้ำหนา
 
บ่อน้ำที่มีคันพวยพุ่ง ขวางทางเขาอยู่
บ่อน้ำนี้ ลึกเพียงแค่ เอวของเขา
 
บ่อน้ำนี้ กินระยะทางที่เหลือเกือบทั้งหมด
 
ทุกๆคนเตือนเขาว่า น้ำในบ่อน้ำนี้เป็นน้ำร้อนที่สามารถต้มไข่สุกได้เพียงใช้เวลาไม่ถึงนาที
ทุกๆคนบอกเขาว่า ควรเดินอ้อมเข้าไปในหุบเขาข้างๆเสียดีกว่า
 
เขาตัดสินใจเดินอ้อม
 
สองข้างทางของเส้นหุบเขา เป็นหน้าผาที่แสนชัน ไม่มีทางปีนข้ามไปได้เลย
เส้นทางหุบเขาที่เขาเดินอ้อม เป็นเส้นทางที่ยาวไกลไม่น้อยไปกว่าเส้นทางที่เขาผ่านมา
 
และแล้ว เขาก็มาถึงทางเข้าของ ที่ๆเขาต้องการมาถึง
เขาใช้เวลาในการเดินทั้งหมด  40 ปี
 
เขารู้สึกขอบคุณกับคำเตือนที่เขาได้รับจากคนที่รักเขา
 
แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็น มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแช่น้ำในบ่อที่มีควันพวยพุ่ง อย่างมีความสุข
 
ด้วยความสงใสเขาเดินไปถามคนหนึ่งที่แช่น้ำอยู่
ทำไมคุณถึงสามารถแช่น้ำที่ร้อนขนาดต้มไข่สุกได้ อย่างมีความสุข
 
คนที่แช่น้ำตอบกลับว่า คุณไม่รู้หรือว่า น้ำในบ่อน้ำนี้ เย็นลงจนอุณหภูมิกำลังเหมาะที่จะแช่ตัวในน้ำ ถึง 30 ปี มาแล้ว . . .
 
เขาเสียเวลาในชีวิตไป 20 ปี . . .
 
อาบน้ำร้อนมาก่อน คำที่เราได้ยินบ่อย ๆ จากปากของคนที่เป็นห่วงเรา
เป็นคำที่ซึ่งอ้างความไม่รู้หรือความอ่อนประสบการณ์ของผู้ฟังให้เชื่อ
 
เขาเตือนด้วยความห่วงใย จากสิ่งที่เขาเคยรู้ เคยสัมผัส
แต่ทุกๆคน มักลืมนึกถึงความเปลี่ยนแปลง . . .
 
คำเตื่อนเหล่านี้ ควรเป็นเพียงตัวช่วยในการตัดสินใจ  ไม่ใช่เป็นตัวตัดสิน
 
หากชายคนนั้นใช้คำเตือนมาช่วยตัดสินใจ ลองทดสอบวัดอุนหภูมิของน้ำดูก่อน
เขาคงไม่ต้องเดินอ้อม และเสียเวลาในชีวิตถึง 20 ปี
 
ซึ่งในความเป็นจริง ทางอ้อม ไม่ได้มีอยู่เสมอไป
มีหลายต่อหลายคนที่เสียโอกาศมากมาย จากการตัดสินในสิ่งที่ตนไม่รู้จริง
 
ถึงแม้จะมีคนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน
แต่น้ำร้อนมีมากมายหลายต่อหลายบ่อ และทุกบ่อต่างค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ตามการเวลา...
September 20

วาทะซันนี่ 13 - เปลี่ยนโลก


หลายคนว่า ชีวิตของฉันช่างแสนเจ็บปวด
หลายคนว่า ชะตากรรมที่ฉันต้องเผชิญนั้นแสนเศร้า
หลายคนว่า โลกที่ฉันอยู่นั้นแสนเลวร้าย
หลายคนว่า ฉันไม่สามารถทนทุกข์ทรมานอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
 
หลายคนว่า  ฉันจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้
 
การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุด คือเปลี่ยนแปลงจากอดีต
แต่ไม่มีใครสามารถทำได้ อดีตเป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
 
สองมือที่น่าอัศจรรย์ของมนุษย์ สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้มากมาย
แต่ก็เป็นเพียงสองมือเล็กๆ ในโลกใบใหญ่
 
สองมือนี้สามารถเปลี่ยนแปลงหลายๆสิ่งได้
แต่ก็ไม่พอที่จะเปลี่ยน โลกใบใหญ่ใบนี้
 
ถึงหากสองมือเล็กๆ ร่วมแรงร่วมใจกัน พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงก็จะมากขึ้น
ถึงหากสองมือเล็กๆ ทั้งโลกร่วมแรงร่วมใจกัน จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบได้
 
แต่ต่างคนคนต่างความคิด ต่างความฝัน 
จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนต้องการจะเปลี่ยนโลกไปในทิศทางเดียวกัน
 
โลกยังคงเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เพราะโลกไม่เคยถูกใจคนทุกคน
 
คนมากมายที่ร่วมมือกันผลักดันให้โลกเปลี่ยนไปทางใดทางหนึ่ง
ถึงพลังนั้นจะมากมายจนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่ก็เพียงชั่วครู
 
หลายคนว่า ฉันพยายามจนสุดแรงแล้ว แต่โลกก็ยังเลวร้านเช่นเดิม
หลายคนว่า ฉันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้
หลายคนว่า ฉันคงทำได้ก้มหน้ายอมรับมัน
หลายคนว่า มีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเล็กๆนะ
 
น้อยคนว่า ฉันรู้ถึงวิธีที่จะเปลี่ยนโลกได้แล้ว
 
คนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกด้วยสองมือของเราได้
แต่คนเรานั้นสามารถที่จะเปลี่ยนโลกได้ง่ายกว่าใช้มือทั้งสอง
 
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโลกใบใหญ่ทั้งใบ
 
แต่เราเพียงเปลี่ยนโลกใบเล็กของเราคนเดียว
เราก็สามารถมีความสุขได้เหมือนกัน
 
เพียงแค่เราหันหน้าเปลี่ยนมุมมอง จากโลกใบเดิมที่เราเห็น
เพียงแค่เราคิดในสิ่งที่เปลี่ยนไป จากความคิดเดิมที่เราเคยคิด
 
แล้วเราก็สามารถ อยู่ในโลกที่เราต้องการ
โลกที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้ นอกจากตัวเราเอง
 
September 16

วาทะซันนี่ 12 - จุดสิ้นสุด

 
จุดมุ่งหมายของการเดินทางนั้นอยู่ที่จุดหมาย
เมื่อถึงจุดหมายแล้ว นั่นคือการสิ้นสุดการเดินทางหรือ ?
 
นักวิทยาศาสตร์ ยังคงต้องก้าวเดินไปข้างหน้า
ครูอาจารย์ ต้องเดินย้อนกลับไปในเส้นทางเก่า
 
ถึงหลายๆคนจะหยุดอยู่กับที่ หลังจากถึงจุดหมาย
แต่จินตนาการของคนเรา ยังก้าวไปข้างหน้า
 
คนเรายังคงมีความต้องการในหลายๆสิ่งอยู่ต่อไป
คนทุกคน ยังต้องการหาความสุขใส่ตัวเอง และคนที่รัก
 
คนเรา ยังคงต้องเดินทางต่อไปจนลมหายใจสุดท้ายหมดไป
 
หรือที่จริงแล้ว จุดหมายที่แท้จริงคือ ความสุข
ความสุขนิรันด์ ที่ยังคงมีอยู่ ตลอดกาล
 
หลายคนมีความทุกข์จากความเครียดในเรื่องต่างๆ
หลายคนมีความทุกข์จากความเบื่อหน่าย
 
เมื่อคุณไปเที่ยว คุณแสนมีความสุข
แต่ผ่านไป 1 คืน ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
 
ถึงคุณจะเต้นสนุกสนานมีความสุขมากเพียงไร
ผ่านไปไม่นาน ทุกสิ่ง ก็จะกลับมาเหมือนเดิม
 
แล้วความสุขที่แท้จริงคืออะไร ?
 
คุณค่าของทุกสิ่ง ควรจะมีค่าอยู่ในตัวของตัวเอง
แต่มันไม่เป็นอย่างที่ควร เพราะคนเราจุดศูนกลาง
 
ในความสุขของบางคน แต่อาจกลับเป็นความทุกข์ของอีกคน
ความสุขความทุกข์ ทุกอย่างอยู่ที่เราเป็นผู้กำหนด
 
ความสุขที่แท้จริง ต่างคนก็ต่างต้องการ แตกต่างกันไป
จึงทำให้มีเส้นทางที่มีมากมายให้เลือกเดิน ที่เป็นฝีมือของคนยุคก่อน
 
การเดินทางจากจุดเริ่มต้น จุดถึงจุดหมาย ช่างแสนยาวไกล
แต่ชีวิตคนเรานั้นกลับสั้น จนเหมือนเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งของดวงดาว
 
จุดหมาย ที่หลายๆคนเคยมุ่งหน้าเดินด้วยสองขา ไปหานั้น
ที่จริง เรานั้นสามารถไปถึงจุดหมายนั้นได้เพียงเดินด้วยหัวใจ
 
แล้วความสุขที่คุณต้องการ คืออะไร ?
 
August 16

วาทะซันนี่ 11 - ทางเดินของชีวิต

 
บนเส้นทางแห่งชีวิตที่มีเส้นทางมากมายให้เลือกเดิน
เส้นทางมากมายนับไม้ถ่วนเหล่านี้ เริ่มต้นมาจากเส้นทางเดียวกัน
 
เหล่านักเดินทางเริ่มต้น ณ จุดเดียวกัน
 
เส้นทางเดียวที่แตกออกเป็นเส้นทางมากมาย และแต่ละเส้นทางก็มีทางแยกแตกออกไปเรื่อยๆ
และตามทางเดิน ก็มีป้ายบอกทางจากคนยุคก่อน ในเส้นทางที่แลดูคล้ายกับต้นไม้ใหญ่
 
เส้นทางเหล่านี้ แต่ละสายแทบจะไม่มีทางเชื่อมถึงกันระหว่างทางเลย
เมื่อนักเดินทางตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางใดแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนเส้นทาง
 
วิธีเดียวที่จะเปลี่ยนเส้นทาง ก็คือการฝ่าป่าข้างทางไปเส้นทางใหม่
แต่เส้นทางที่เขาเลือกได้ มีเพียงเส้นทางสองสายที่ตีคู่ไปกับเส้นทางของเขา
 
การเปลี่ยนเส้นทางเป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่กลับมีคนมากมายที่ต้องการจะทำ
 
นักเดินทางหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการเดินไปในเส้นทางใด จึงได้แต่เดินตามเพื่อนร่วมเดินทาง
 
หากโชคดี เขาก็จะได้ไปในเส้นทางที่เขาถูกใจ
แต่หากไม่ นอกจากเขาจะเดินไปในทางที่ไม่ถูกใจแล้ว ก็อาจหลงเดินไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร
 
อาจทำให้เขาเหลือเส้นทางเพียงน้อยนิด
 
การเปลี่ยนเส้นทางต้องผ่านการคิดตริตรองอย่างรอบคอบ
เพราะเราต้องเสียเวลาไม่ใช่น้อยในชีวิต กับการฝ่าป่าไปเส้นทางใหม่ 
 
ถึงปม้บางคนโชคดีพบทางเชื่อมระหว่างกันของเส้นทาง เขาจึงสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว
แต่เส้นทางที่เขาได้ไป ก็มักจะไม่ใช่เส้นทางที่ถูกใจที่สุดของเขา
 
ถึงแม้บางคนจะมีวิธีเพิ่มเส้นทางในการเปลี่ยนเส้นทางได้ โดยแลกด้วยเงิน
แต่ก็ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่เขาจะสามารถไปได้
 
อย่างไรก็ตามนักเดินทางส่วนใหญ่ที่จะเปลี่ยนเส้นทางคงต้องฝ่าป่าข้างทาง
 
นักเดินทางจึงควรเลือกเส้นทางของตนเอง
 
โดยการดูจากป้ายข้างทาง หรือปรึกษาเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจ ก่อนออกเดิน
รวมไปถึงกลุ่มนักเดินทางจากเส้นทางหนึ่งที่เดินย้อนกลับมาเพื่อแนะนำนักเดินทางหน้าใหม่ตามทาง
 
ซึ่งก็พวกเขาก็คือ นักเดินทางจากเส้นทางแห่ง "ครู"
 
 
August 05

วาทะซันนี่10 - เจตนารม

 
 
ชายหนุ่มคนหนึ่ง เดินทางป่ารก เพื่อความฝัน
แต่หนทางนั้นแสนไกล ไม่มีทางที่จะมีใครสามารถไปถึงได้
 
เขารู้ดี  แต่เขาก็ยังคงเดินตรงเข้าไป
 
รอยเท้าของเขา สิ้นสุดลง ก่อนถึงจุดหมาย
เขาไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ที่เขาต้องการ
 
ร่างชายหนุ่มกลายเป็นชายชราที่ไร้เรี่ยวแรง
เขานอนราบอย่างสงบ และทำได้เพียงลำพึงในใจว่า ความฝันของเขาไม่มีทางเป็นจริง
 
แต่ก่อนที่หนังตาอันแห้งกร้าน จะหลับลงตลอดกาล เขาเห็นบางสิ่ง
 
ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่เขา
 
เขาสงใสเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดขายหนุ่มคนนี้ถึงมาถึงจุดที่เขาหมดแรงได้โดยยังมีกำลังเหลือและยังหนุ่มแน่น
เพราะเส้นทางที่สามารถมาที่นี่นั้นมีเพียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางที่เขามา และยังเป็นเป็นป่ารก
 
ชายที่ไม่มีแรงแม้แต่จะเอ่ยปากถาม ได้แต่เพียงมองด้วยความสงใส
ชายหนุ่มเดินมาถึงชายชรา และกล่าวขอบคุณ

เขาขอบคุณฉันเรื่องอะไรกัน คำขอบคุณยิ่งทำให้ชายชราสงใส
ชายหนุ่มเล่าถึงความฝันของเขาให้ชายชราที่กำลังจะหลับ ซึ่งเป็นความฝันเดียวกันกับชายชรา
 
ชายหนุ่มบอกถึงเหตุที่ขอบคุณชายชรา
หากชายชราไม่ฝ่าป่ารกเข้ามาก่อน ชายหนุ่มคงไม่สามารถเดินมาตามเส้นทางแห่งความฝันของเขาได้ง่ายและเร็วเช่นนี้
 
ชายหนุ่มคนนี้คือผู้ที่จะสานฝันของชายชรา
 
ชายชรายิ้มและหลับใหลอย่างมีความสุข
และชายหนุ่มก็ออกเดินทางฝ่าป่ารก เพื่อความฝันของเขาต่อ
 
โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะสามารถไปไกลได้อีกสักเท่าไร แต่เขาก็จะแหวกทางไปให้ไกลที่สุด . . .
 
 
ความฝันบางอย่างของคนเราก็ยากที่จะสำเร็จได้ในหนึ่งช่วงอายุคน
อาจต้องใช้คนหลายรุ่น กว่าที่จะสำเร็จ
 
หากท้อใจ ไม่คิดอยากเป็นคนเริ่มเดิน โอกาสที่ความฝันจะสำเร็จก็จะน้อยลง
หากเราไม่เริ่มเดิน คนที่จะสานต่ออาจไม่เห็นทางที่เราเดิน และอาจมองไม่เห็นความฝันของเรา
 
หากรอให้คนอื่น หรือคนรุ่นหลังเริ่ม ความฝัน กว่าจะเป็นจริง อาจต้องรอนานขึ้นอีกหลายรุ่น
หากไม่กล้าที่จะเริ่มเดิน มันก็อาจเป็นแค่ความฝัน ตลอดไป . . .
 

เราควรมุ่งหน้าไปหาสิ่งที่เราฝัน แต่อย่าหวังว่าจะถึง . . .
  
June 17

วาทะซันนี่9 คุณค่า

 
ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีคุณค่าในตัว
แต่ในบางที ไม่มีใครเห็นคุณค่าของมัน
 
อะไร คือการวัดคุณค่าของสิ่งๆหนึ่ง ?
 
หากมันคือความจำเป็นที่เราต้องมี ต้องใช้ หรือมีประโยชน์ต่อเรา สิ่งนั้นถึงมีคุณค่า
แล้ว ญาติผู้ใหญ่ แมว สุนัข เสียงดนตรี เครื่องดนตรี มันจะมีค่าอะไร ?
 
หรือหากมันคือการที่เรามีความรัก ความชอบ กับสิ่งนั้นถึงมีคุณค่า
แล้ว สิ่งที่เราไม่เคยเห็น และคนที่เราไม่รู้จัก จะมีคุณค่าอะไร ?
 
แต่กับบางสิ่ง ที่ดูด้อยคุณค่า แต่กลับมีคุณค่าสำหรับบางคน
อะไร เป็นสิ่งที่เป็นแรงผลักดัน ให้สิ่งๆหนึ่ง มีคุณค่าขึ้นมา
 
มีน้ำอยู่ 2 แก้ว วางอยู่ด้วยกัน
คุณค่าของพวกมันมีเพียงแค่ เป็นน้ำ เท่านั้น
 
แต่หาก หนึ่งในสอง เป็นน้ำที่สกปรก
คุณค่าของน้ำอีกแก้วหนึ่งจะเด่นชัดขึ้น
 
เพราะมันได้ชื่อว่า  "น้ำสะอาด"
 
โทรทัศน์ จะมีค่าได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร หากไม่มี วิทยุ
สิ่งมีชีวิต จะมีค่าได้อย่างไร หากโลกนี้ไม่มี สิ่งไม่มีชีวิต
คนปรกติ จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนวิกลจริต
คนเข้มแข็ง จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนอ่อนแอ
 
คนดี จะมีค่าอะไร หากโลกนี้ ไม่มี คนเลว . . .
 
หากโลกนี้มีแต่สิ่งที่ดี ทุกสิ่งก็ดูไม่แตกต่างกันหมด
แต่เมื่อมีสิ่งที่ด้อยเข้ามา สิ่งที่ดี จะมีคุณค่าที่เด่นชัด
 
สิ่งที่ด้อย จะเป็นแรงผลักดัน ให้สิ่งที่เด่น มีคุณค่ายิ่งขึ้น
 
คนที่ไร้ซึ่งความสามารถ มีคุณค่าในการยกระดับคนอื่นที่มีความสามารถ
แม้แต่สิ่งที่ด้อย หรือสิ่งที่ต่ำที่สุด ยังมีคุณค่าในตัวของมันเอง
 

ดังนั้น คุณ ก็เป็นผู้ที่มีคุณค่า ไม่น้อยไปกว่าใครๆ
 
 
Photo 1 of 45
No list items have been added yet.